อุกอาจ! 10 ชายฉกรรจ์ อ้างเป็น จนท.รัฐ อุ้มชาวบ้านรีดเงินครึ่งแสน

วันที่ 2 ก.ย. 64 ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าว 7HD ได้รับการประสานจากนายน้อย (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 55 ปี ชาวบ้าน ต.ด่าน อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ หลังจากถูกกลุ่มชายฉกรรจ์ประมาณ 10 กว่าคน แต่งชุด จนท.รัฐหน่วยงานหนึ่ง เข้าไปอุ้มตนเองและลูกชาย โดยบอกให้กดเงินกว่าครึ่งแสนให้ ไม่เช่นนั้นจะจับกุม

ต่อมาผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่บ้านผู้เสียหาย พบกับภรรยาของนายน้อย ก่อนเล่าเหตุการณ์ระลึกให้ฟังว่า ตนเองเลี้ยงหลานอยู่ในเปลในช่วงเย็นวันที่ 1 ก.ย. 64 จู่ๆมีรถยนต์คันใหญ่สีดำและกระบะสีขาวมาจอด ก่อนมีชายฉกรรจ์นับสิบคนเดินลงมา ไม่ถามไถ่อะไร แล้วเดินวนรอบบ้าน ก่อนเรียกตนเองมาถามหาสามีว่าอยู่ไหม ตนเองบอกไม่อยู่ ขับรถไปข้างนอก จากนั้นก็บอกให้ลูกชายรีบโทรหาพ่อ บอกว่ามีใครไม่รู้มาถามหา และมาเยอะ

กระทั่งกลุ่มชายฉกรรจ์ซึ่งมีเสื้อกั๊กคลุม มีโลโก้วงกลม บางคนมีเสื้อกั๊กชุดสืบสวน แต่ไม่มีสังกัด สั่งห้ามทุกคนหยิบจับหรือโทรหาใครทั้งนั้น เมื่อนายน้อยได้มาถึงบ้าน กลุ่มชายฉกรรจ์ก็เข้าประกบรอบ พร้อมพูดคุยถึงการจ่ายส่วยให้กับหน่วย ปีละ 100,000 บาท ซึ่งนายน้อยก็งง ถามกลับว่าจ่ายค่าอะไรคับ ไม่ได้ทำอะไรผิดกฎหมาย และไม่รู้จักกันด้วย จะมาให้จ่ายค่าส่วยอะไร โดยกลุ่มชายฉกรรจ์ก็ยังบอกว่า หลักฐานมี เจ้าหน้าที่พบเศษเปลือกไม้พะยูงกองเต็ม มีการลักลอบขายไม้พะยูงแน่

อย่างไรก็ตาม นายน้อยได้ปฏิเสธ พร้อมบอกว่า เปลือกไม้พะยูงที่เห็นดังกล่าวตนไปขอเพื่อนมา เพื่อเอาไว้เผาทำถ่านหรือทำฟืน และไม่ได้เยอะอะไร ทำไมมาขู่เข็ญเงินกัน ก่อนที่กลุ่มชายฉกรรจ์จะเรียกเงิน 100,000 บาท ไม่เช่นนั้นต้องพาตัวไป ด้วยความกลัวเนื่องจากกลุ่มชายฉกรรจ์ปิดแมสก์ ใส่หมวก ท่าทางขึงขัง ตนจึงบอกว่าไม่มีเงินเยอะขนาดนั้นหรอก ก่อนที่จะลดลงมาเหลือ 50,000 บาท กลุ่มชายฉกรรจ์จึงยอม

จากนั้นกลุ่มชายฉกรรจ์ได้อุ้มนายน้อยขึ้นรถยนต์สีดำคันใหญ่ ซึ่งภาพจากกล้องวงจรปิดของชาวบ้านพบว่าเป็นรถยนต์ 2 คัน เป็นรถอเนกประสงค์สีดำ และรถกระบะสีขาว ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน นำตัวนายน้อยไปยังตู้เอทีเอ็มธนาคารออมสิน สาขาตลาดช่องจอม ทำการกดเงินสดจำนวน 50,000 บาท โดยกดออก 3 ครั้งๆละ 2 หมื่น 2 ครั้ง และ 1 หมื่น 1 ครั้ง ก่อนที่จะยึดสลิปไปพร้อมกับเงิน ซึ่งเงินที่กดจากตู้เอทีเอ็มดังกล่าว เป็นเงินจากบัญชีของภรรยานายน้อย ซึ่งผูกไว้กับพร้อมเพย์ จึงแจ้งข้อความทันทีเป็นหลักฐานในเวลา 18.09-18.10 น.

นายน้อย ยืนยันว่า ตนเองไม่เคยค้าไม้พะยูงผิดกฎหมาย ซึ่งที่ทำก่อนนี้ก็ค้าขายในกลุ่มคนที่รู้จัก หรือที่มีโฉนด หากเขาแปรรูป ก็ขอเปลือกไม้พะยูงมาทำถ่านทำฟืนเท่านั้น กระทั่งถูกกลุ่มชายฉกรรจ์ดังกล่าวมาเรียกเก็บส่วย อ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐมาจากส่วนกลางบ้าง เป็นชุดเฉพาะกิจจังหวัดบ้าง หรือชุดสืบสวนบ้าง ซึ่งจากการตรวจสอบไม่มีเจ้าหน้าที่ชุดเฉพาะกิจลงมาในพื้นที่เลย

นายน้อย บอกอีกว่า กลุ่มชายฉกรรจ์ทุกคนลงมาจะไม่มีอาวุธ แต่พออุ้มขึ้นรถไปก็เห็นมีปืน M16 จำนวน 2 กระบอก ประกบ 2 ข้างเลย ตนรู้สึกกลัวและตกใจมาก จึงยอมทำตามที่กลุ่มชายฉกรรจ์สั่งให้กดเงินให้ ซึ่งหลังเกิดเหตุได้เดินทางไปแจ้งความไว้กับพนักงานสอบสวน สภ.กาบเชิง เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 2 ก.ย. 64

โดยชุดสืบสวน สภ.กาบเชิงและพนักงานสอบสวน พยาบามไล่กล้องวงจรปิดบริเวณตู้เอทีเอ็มที่กดเงิน พบเพียงรถผู้ต้องสงสัยจอดอยู่ห่างๆ เป็นรถยนต์อเนกประสงค์สีดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ส่วนวงจรปิดสามแยกไฟแดงบ้านด่าน เกิดชำรุด จึงไล่กล้องวงจรปิดตามเส้นทาง ก็พบกล้องของชาวบ้าน สามารถบันทึกภาพรถยนต์กระบะสีขาวบรรณทุก กล่องเบเกอร์รี่ กล่องเค้ก ไม่ติดแผ่นป้านทะเบียน ขับมาอย่างเร็วก่อนเลี้ยวเข้าไปจอดใกล้กับบ้านของผู้ใหญ่บ้าน ก่อนลงเดินไปยังบ้านนายน้อยซึ่งอยู่ไม่ห่าง ใช้เวลาสักพักก่อนนำตัวไปกดเอาเงิน 5 หมื่นบาท

ด้านผู้ใหญ่บ้าน พร้อมด้วยผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน บอกว่า เห็นกลุ่มชายฉกรรจ์มาจอดรถในที่ตนเอง ก่อนเดินไปรอบๆ ยังรู้สึกโมโหว่าเป็นใครมาจอดในทที่ส่วนบุคคล แล้วเดินวนไปทั่ว ก่อนไปหยุดที่บ้านนายน้อย คิดว่าเป็นคนที่รู้จักนายน้อยเลยไม่ได้สนใจอะไร ไม่นึกว่าจะเกิดเรื่องขึ้น แต่ยืนยันว่าหนึ่งในชายกลุ่มดังกล่าวใส่เสื้อกั๊กมีคำว่าสืบสวนติดอยู่ด้วย ซึ่งไม่แน่ใจว่าจริงหรือปลอม แต่ระบุรูปหน้าไม่ได้ เพราะใส่แมสก์และหมวกกันเกือบหมด

ทั้งนี้จากเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ชาวบ้านต่างเสียขวัญ เพราะอุกอาจอุ้มให้ไปกดเงิน จะเป็นเจ้าหน้าที่รัฐจริงหรือไม่ ไม่มีใครทราบ ยิ่งเป็นเจ้าหน้าที่รัฐจริงก็ไม่ควรทำพฤติกรรมเช่นนี้

scpaperpacknews

Leave a Reply

Your email address will not be published.