ศึกสายเลือด! ลูกหลานรุมด่าแม่ปมแย่งที่ดิน เล่ามุมตัวเองเหมือนหนังคนละม้วน

จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง โพสต์คลิปเหตุการณ์น้องสาวและหลานรุมด่าแม่ บริเวณหน้าร้านจำหน่าย ถุงแก้วฝากาว และ ถุงแก้วแถบกาว จนเรื่องเกือบบานปลาย เพราะหลานเขยถือมีดอีโต้หวิดจะข้ามกำแพงมาทำร้ายแม่ จากสาเหตุความขัดแย้งภายในครอบครัวระหว่างแม่กับลูกสาว พอมาถึงรุ่นหลานเดือดร้อนจากโควิดระบาด ตกงานไม่มีที่อยู่ ขอมาอยู่บ้านอีกหลังบนที่ดินผืนเดียวกัน

แม่ผู้โพสต์เกรงเกิดปัญหา สร้างกำแพงกั้นแบ่งแนวชัดเจน แต่ลูกสาวและหลานโวยแบ่งไม่ยุติธรรม สร้างกำแพงล้ำไปฝั่งตนมากกว่า จนเกิดทะเลาะกันขึ้นอีกตามคลิป แม่จึงทนไม่ไหวลูกสาวและหลานไม่เคยเคารพสำนึกบุญคุณ หวิดจะเกิดความรุนแรงหลายครั้ง ตัดสินใจขับไล่ออกจากบ้าน ตัดน้ำตัดไฟไม่ให้ใช้ เพื่อกดดันให้ย้ายออกไปจากพื้นที่  

ล่าสุด (1 ส.ค.63)  นายวัลลภ อายุ 49 ปี ผู้โพสต์คลิป ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวว่า ตนเป็นลูกคนที่ 3 รู้สึกสงสารและเป็นห่วงความปลอดภัยของแม่อย่างมาก  เพราะอายุกว่า 73 แล้ว อาศัยอยู่เพียงลำพังที่บ้านเลขที่ 65/1 หมู่ 11 ต.ตะขบ อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา ช่วงนี้ตนยังตกงานเพราะผลกระทบโควิดระบาด จึงเพิ่งจะกลับมาขออาศัยอยู่กับแม่เป็นการชั่วคราว  และเมื่อทราบเรื่อง พยายามจะเจรจาพูดคุยกับน้องสาวและครอบครัวหลาน แต่ก็ทะเลาะกันทุกครั้ง  เพราะน้องคิดว่า แม่รักตนมากกว่าลูกๆ ทุกคน จึงลำเอียงแบ่งทรัพย์สินให้ไม่เท่ากัน

และยังมองว่า ตนมาเกาะแม่เพื่อปอกลอกเอาทรัพย์สมบัติ ซึ่งตนขอยืนยันว่า ลูกๆ ของแม่ทุกคนมีสิทธิ์เท่าเทียมกัน และตอนนี้แม่ก็ยังไม่ได้เสียชีวิต จะมาทะเลาะแย่งสมบัติกันทำไมให้อายชาวบ้าน ส่วนกรณีที่แม่ต้องการไล่ครอบครัวของหลานออกจากบ้านและที่ดินนั้น ตนคิดว่า แม่ต้องมีเหตุผลเพียงพอจึงได้ตัดสินใจอย่างนั้น แต่เรื่องที่น้องสาวกับหลานมาอ้างว่า มีหลักฐานเอกสารแสดงสิทธิ์บนที่ดินและบ้าน ตนยังไม่เห็นหลักฐานเอกสารนั้น จึงได้พาแม่ไปที่สำนักงานปฏิรูปที่ดินจังหวัดนครราชสีมา เพื่อตรวจสอบตรวจสอบเอกสารสิทธิ์ดูว่า มีหลักฐานชี้ว่าแม่ได้โอนแบ่งที่ดินให้กับน้องสาวหรือหลานของตนตามที่กล่าวอ้างหรือไม่

ซึ่งหลังจากนั้น ตนได้พยายามโทร.ติดต่อพี่สาวคนโต ที่เคยพาแม่ไปเซ็นแบ่งโอนที่ดิน ให้มารับทราบเรื่องการยกเลิกเอกสารดังกล่าว เพราะแม่ระบุว่าเป็นการหลอกให้แม่ไปเซ็นแบ่งโอนที่ดินให้กับน้องสาวเมื่อหลายเดือนก่อน  จึงถิอเป็นการกระทำโดยมิชอบ แต่พี่สาวกลับไม่ยอมรับโทรศัพท์  ในขณะที่แม่บอกให้หลานและครอบครัวรีบย้ายออกไปโดยเร็ว แต่ก็ไม่มีทีท่าว่าจะย้ายออก ซึ่งแม่บอกว่าถ้าไม่ดำเนินการใดๆ คงต้องแจ้งความเอาผิดฐานบุกรุกขออำนาจของกฎหมายมาช่วย

ด้านนางสีนวล ผู้เป็นแม่ ได้เปิดเผยถึงมูลเหตุพิพาทว่า ตนรู้สึกไม่สบายใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะส่อจะเกิดความรุนแรงมากขึ้นทุกที จึงต้องการให้ออกไปจากบ้านและที่ดินของตนเสีย เพราะที่ดินผืนนี้ เป็นที่ดินที่ตนซื้อมาหลังจากเลิกรากับสามีคนที่ 2 ซึ่งเป็นพ่อของนางปราณี ลูกสาวคนที่ 4 นั่นเอง โดยตนเอาเงินที่ได้จากการขายบ้านหลังเก่าที่เป็นสินสมรสระหว่างตนกับสามีคนที่ 2 มาซื้อที่ดินผืนนี้เอาไว้  จนเมื่อตนได้อยู่กินกับสามีคนที่ 3 จึงสร้างบ้านกับห้องเก็บห้องบนที่ดินดังกล่าว

ต่อมาลูกสาวคนโตของตนซึ่งเคยมีกรณีพิพาทกับตนเรื่องแบ่งที่ดินมรดกมาก่อนหน้านี้ ได้มาบอกว่าครอบครัวของหลานสาวซึ่งเป็นลูกของ นางปราณี ลู กสาวคนที่ 4 กำลังเดือดร้อนไม่มีที่อยู่อาศัย อยากขอให้หลานเข้ามาอยู่อาศัยที่ห้องเก็บของเป็นการชั่วคราว ตนรู้สึกสงสารจึงอนุญาตให้เข้ามาอยู่อาศัย แต่ก็เกรงจะเกิดปัญหาตามมาอีก จึงสร้างกำแพงกั้นพื้นที่เป็นสัดส่วนชัดเจนจะได้ต่างคนต่างอยู่  แต่พอหลังจากสร้างกำแพงบ้านเสร็จแล้ว ลูกสาวคนที่ 4 และหลาน กลับมาโวยวายว่าตนลำเอียง สร้างกำแพงล้ำเข้าไปจนชิดตัวบ้าน และแสดงท่าทางก้าวร้าวด่าว่าเสียหาย จนต้องให้ผู้ใหญ่บ้านและเจ้าหน้าที่ มาช่วยไกล่เกลี่ยแก้ไขปัญหา แต่ไม่วายเกิดเรื่องอื่นๆตามมาอีก  ตนจึงตัดสินใจให้ครอบครัวของหลานออกจากพื้นที่  ก่อนที่จะเกิดเรื่องรุนแรงไปมากกว่านี้  ซึ่งลูกสาวคนที่ 4 และหลานต่างไม่ยอมออกจาก  อ้างว่า ตนได้เซ็นเอกสารต่อหน้าพนักงานที่ดินและพยานหลายคน แบ่งที่ดินผืนดังกล่าวให้แล้ว ดังนั้น จึงมีสิทธิ์ที่อยู่อาศัยบนที่ดินผืนนี้เช่นกัน

และเมื่อผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ไปพบกับนางปราณี  ลูกสาวคนที่ 4 ของนางสีนวล กลับเหมือนดูหนังคนละม้วน โดยนางปราณี เล่าว่า ตนรู้สึกน้อยใจกับการกระทำของแม่หลายครั้ง แต่อดทนมาโดยตลอด  จนล่าสุด จะให้ลูกของตนย้ายออกจากบ้านที่เคยเป็นห้องเก็บของเก่า ทั้งๆ ที่ยังเดือดร้อนไม่มีที่พักอาศัยและมีลูกตัวน้อยๆ ด้วย  ตนจึงรู้สึกโมโหอย่างมาก เพราะแม่ฟังแต่นายวัลลภ พี่ชายคนที่ 3 เพียงคนเดียว ยืนยันจะขับไล่ลูกหลานของตนออกจากบ้านและที่ดินอย่างไม่มีเหตุผล ทั้งๆ ที่บ้านหลังดังกล่าวและที่ดินผืนนี้ตนก็มีสิทธิ์เหมือนกัน เพราะบ้านหลังนี้ พ่อใหม่หรือสามีคนที่ 3 ของแม่ ก็อนุญาตให้ตนนำลูกหลานมาอยู่อาศัยได้ชั่วคราวเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน

ส่วนที่ดินผืนนี้ตนก็มีสิทธิ์เพราะซื้อมาจากการขายสินสมรสของแม่และพ่อคนที่ 2 ซึ่งเป็นพ่อแท้ๆ ของตน นอกจากนี้ แม่เคยเซ็นแบ่งที่ดินผืนนี้ให้ตนซึ่งเป็นลูกสาวคนที่ 4 กับนายธงชัย แกมจอหอ ซึ่งเป็นลูกชายคนที่ 2 เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2563 ที่ผ่านมา ต่อหน้าเจ้าหน้าที่ ส.ป.ก.นครราชสีมา และพยานอีกหลายคน แต่ขณะนี้ ส.ป.ก.นครราชสีมา ยังไม่ได้ออกเอกสารสิทธิ์ใบแข็งให้ ตนจึงขอสังคมได้ให้ความเป็นธรรมกับครอบครัวของตนด้วย

scpaperpacknews

Leave a Reply

Your email address will not be published.